อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ขึ้นกับอะไรบ้าง

อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ขึ้นกับอะไรบ้าง

อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ขึ้นกับอะไรบ้าง รู้หรือไม่ ค่าเงินแข็งค่า และอ่อนค่า ส่งผลต่อเงินในกระเป๋าของเราได้ ถ้าใครที่อยู่ในยุค Baby Boomer หรือ Gen B และยุค Generation X หรือ Gen-X จะทราบดีว่าค่าเงินในสมัยก่อนมีค่ามากกว่าปัจจุบัน เพราะอยู่ในช่วงที่ข้าวของราคาไม่แพง เงิน 100 บาท สามารถซื้ออะไรต่อมิอะไรได้เยอะกว่าปัจจุบัน แล้วอะไรล่ะ? ที่ส่งผลให้เป็นเช่นนั้นมาอ่านกันเลย 

อัตราแลกเปลี่ยนเงิน

อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าเงินแข็ง หรืออ่อน มีดังนี้ 

อัตราดอกเบี้ย โดยปกติเงินทุนจะเคลื่อนไหวจากประเทศที่ “อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า” ไปประเทศที่ “อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า” เนื่องจากนักลงทุนมองว่าผลตอบแทนให้มากกว่า จากความเสี่ยงประเภทเดียวกัน แต่ในท้ายที่สุดแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไป จะส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนของทั้งสองประเทศ เช่น 

หากอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกาปรับตัวลดลง ส่งผลให้มีเงินลงทุนเคลื่อนย้ายเข้าประเทศไทยมากขึ้น เงินทุนที่เคลื่อนย้ายเข้ามา จะถูกแลกเป็นเงินบาททำให้ความต้องการซื้อเงินบาทสูงขึ้น ค่าเงินบาทจึงแข็งค่าขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากอัตราดอกเบี้ยไทยปรับตัวลดลง จะส่งผลให้มีเงินทุนไหลออก จึงมีความต้องการขายเงินบาท เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินดอลลาร์ฯเพิ่มขึ้น เงินบาทจึงอ่อนค่าลง 

ดังนั้น ค่าเงิน “แข็งค่า” อาจทำให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงินลดลง สถาบันการเงินจึงสามารถลดดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการ มีแรงจูงใจกู้ยืม เพื่อนำไปลงทุนสูงขึ้นจากต้นทุนกู้ยืมที่ลดต่ำลง ขณะเดียวกัน ดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำลงจะทำให้​ผู้ออม อาจนำเงินไปลงทุนในช่องทางอื่นๆ เช่น ตราสารหนี้ หุ้น หรือนำไปใช้จ่ายแทน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ จะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้คึกคักมากขึ้น 

และหากค่าเงิน “อ่อนค่า” อาจทำให้ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงินปรับเพิ่มขึ้น ภาคธุรกิจหรือผู้ประกอบการได้รับผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น เพราะภาระการจ่ายดอกเบี้ยสูง ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว เมื่อดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้น จะกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้ออมนำเงินมาฝากมากขึ้น และลดการใช้จ่ายลง 

ดุลการค้าและการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ หากประเทศไทยเกินดุลการค้า คือ มีมูลค่าส่งออกมากกว่ามูลค่านำเข้า หรือ มีเงินทุนเคลื่อนย้ายจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศมากๆ ประเทศก็จะมีเงินดอลลาร์ฯ “มากขึ้น” เงินทุนที่ย้ายเข้ามา จะถูกแลกจากเงินดอลลาร์ฯ เป็นเงินบาท ทำให้ความต้องการเงินบาทเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินบาทมีค่าเพิ่มขึ้น ค่าเงินบาทจึงแข็งค่ามากขึ้น 

หากประเทศไทยขาดดุลการค้า คือ มีมูลค่าส่งออกน้อยกว่านำเข้า หรือ มีเงินทุนเคลื่อนย้ายออกจากประเทศมากๆ ก็จะทำให้ประเทศมีเงินดอลลาร์ฯ “น้อยลง” มีความต้องการแลกเงินบาทเป็นเงินดอลลาร์ฯ เพื่อนำออกนอกประเทศมากขึ้น ส่งผลให้เงินบาทมีค่าลดลง ค่าเงินบาทก็จะอ่อนค่า 

นโยบายการเงินของธนาคารกลาง 

ธนาคารกลางของประเทศไทย ก็คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถกำหนดปริมาณเงินบาทในระบบการเงินผ่านมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง และการดำเนินการผ่านตลาดการเงิน เป็นต้น ซึ่งมาตรการเหล่านี้ จะส่งผลให้อุปสงค์และอุปทานของเงินบาทเปลี่ยนแปลงไป และทำให้ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงตามนโยบายที่กำหนด เช่น  

ธนาคารกลางเห็นว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงเกินไป จึงกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามกฎหมายเพิ่มขึ้น ทำให้เงินที่ธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยกู้ได้มีจำนวนลดลง ส่งผลให้ปริมาณเงินบาทในประเทศลดลงตาม จึงเปรียบเสมือนกับการลดความต้องการ หรือปริมาณของเงินบาททำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้น 

และหากธนาคารกลางเห็นว่าเงินฝืดอยู่ในระดับสูงเกินไป จึงกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ลดระดับอัตราดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ ทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น เปรียบเสมือนการเพิ่มความต้องการของเงินบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลง 

ปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากปัจจัยข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท เช่น ความไม่มั่นคงทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ เป็นต้น

ปัจจัยที่กล่าวข้างต้น จะส่งผลกระทบต่อค่าเงินในกระเป๋าของเรา ซึ่งค่าเงินจะเป็นตัวชี้ให้เห็นถึงอำนาจในการซื้อ ว่าจะได้สิ่งของจำนวนมากหรือน้อย เช่น ในอดีตเราซื้อข้าวกล่อง กล่องละ 20 – 25 บาท แต่ปัจจุบันถ้าจะซื้อข้าวกล่อง เราจะต้องจ่ายเงินประมาณ 40 – 50 บาท

แล้วเพราะอะไรที่เราต้องจ่ายเงินแพงขึ้น ก็เพราะต้นทุนในการผลิต เช่น เนื้อหมูที่ใช้ในการทำอาหารให้เรา ต้นทุนก็มาจากอาหารสัตว์ที่ใช้ในการเลี้ยง เพื่อให้ได้หมูตัวใหญ่ๆ และยารักษาโรค ซึ่งส่วนใหญ่ มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ หรือทองคำก่อนปี 2550 เราใช้เงินหลักพันในการซื้อทองหนึ่งบาท แต่ปัจจุบันเราต้องใช้เงินหลักหมื่นในการซื้อทองหนึ่งบาท เหล่านี้ล้วนเกิดจากต้นทุนการนำเข้าที่ทำให้ราคาปรับสูงขึ้น

ดังนั้น ค่าเงินจึงมีความสำคัญ และมีอำนาจกำหนดการซื้อ ซึ่งมีความผันผวนไปตามปัจจัยที่กล่าวข้างต้น เราจึงก็ควรตระหนัก และหาหนทางที่จะทำให้เงินในกระเป๋าของเรายังคงมีอำนาจในการซื้อ เช่น การนำเงินไปลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพื่อรักษาค่าเงินให้เท่าเดิมหรือมากกว่า

สั่งของtaobao กับขั้นตอนแสนง่าย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด
สั่งของtaobao กับขั้นตอนแสนง่าย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ในยุคสมัยนี้ไม่ว่าใครก็สามารถสั่งของจาก Taobao ได้ เชื่อว่ามีหลายคนที่บอกว่า การสั่งขอ...
อ่านเพิ่มเติม
fast cargo มาตรฐานชั้นนำ ขนส่งรวดเร็วที่สุด
fast cargo มาตรฐานชั้นนำ ขนส่งรวดเร็วที่สุด ทุกวันนี้อุตสาหกรรมการนำเข้าส่งออก เรียกได้ว่าเติบโตขึ้นอย่างมาก เช่น การนำเข้าสินค้าประเภทอุปโภ...
อ่านเพิ่มเติม
สินค้าจีนน่าสนใจ 16สินค้าที่ขายในไทย กำไรดี
สินค้าจีนน่าสนใจ 16สินค้าที่ขายในไทย กำไรดี ปัจจุบันสินค้าจากจีนได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากประเทศจีนเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่หล...
อ่านเพิ่มเติม